ชื่อ : นายนิเวศน์ เดินสันเทียะ
เบอร์โทรศัพท์ : 0970310292
อีเมล์ : nay2503@outlook.com

 

 ตำแหน่งทางวิชาการ
    ครูชำนานการพิเศษ
  วันที่เข้าทำงาน
    20 พฤษภาคม 2526
  วุฒิการศึกษา
 

 พ.ศ. 2554 คุรุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต   (วิศวกรรมอุตสาหการ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 พ.ศ. 2529 คุรุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต        (อุตสาหการ) วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาวิทยาเขตเทเวศร์

 พ.ศ. 2525 ประโยคมัธยมครู                       (อุตสาหการเชื่อมและประสาน) วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาวิทยาเขตเทเวศร์

  งานวิจัยที่สนใจ
 

 - สมบัติและโครงสร้างของเนื้อเชื่อมในการเชื่อมต่อโลหะต่างชนิดระหว่างเหล็กกล้า

                  ผสมเกรด A 106 และเหล็กกล้าผสม ALLOY 2205

  ประวัติการทำงาน
 

  - 20 พ.ค. 2526   ครู 2                    วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์  

  - 24 ธ.ค. 2547   ครูชำนาญการ          วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี

  - 9   ก.ค. 2555   ครูชำนาญการพิเศษ   วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี

 

  วิชาที่สอน
 

- 3100-0105 ความแข็งแรงของวัสดุ

- 3103-2004 เทคโนโลยีการเชื่อม 1

- 2103-2109 งานระบบท่อส่งความเย็น

- 3100-0101 กลศาสตร์วิศวกรรม

- 3103-0001 กระบวนการเชื่อม

  คณะกรรมการ
    - คณะกรรมการจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีการศึกษา 2560
  ตำรา
     - งานระบบท่อส่งความเย็น (2103 - 2109)
  เอกสารประกอบการสอน
 

  - งานระบบท่อระบายอากาศ (2103 - 2122)

  งานวิจัย
 

    - อิทธิพลของพารามิเตอร์การเชื่อมต่อโครงสร้างจุลภาคและสมบัติทางกลของการเชื่อมโลหะต่างชนิดระหว่าง

เหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์ (AISI 2205) กับเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค (AISI 304) 

  วิทยากรรับเชิญ
 

   - ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาสาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

ระหว่างวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี กับวิทยาลัยเทคนิคปากป่าสัก วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทร์ และวิทยาลัย

เทคนิคลาว-เยอรมัน

   - ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับบุคลากร ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดอุดรธานีเกี่ยวกับการเชื่อมแบบต่างๆ 

ที่มีการเชื่อมรอยต่อด้วยตะกั่ว ในการใช้ระบบตู้ทำความเย็นเพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำดื่ม

  บทความทางวิชาการ
 

 การศึกษาอิทธิพลของพารามิเตอร์การเชื่อมต่อโครงสร้างและสมบัติทางกล ของเหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์ (AISI 2205) กับ เหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค (AISI 304)

A  Study  Influence  Parameters  Affecting  to  Structure  and

Mechanical  Property  of  Duplex  Stainless  Steel(AISI 2205)  and

Austenitic  Stainless  Steel(AISI 304)

 

นิเวศน์ เดินสันเทียะ สุวิช จันทรกอง สันติรัฐ นันสะอาง และ สิทธิชัย แก้วเกื้อกูล

Niwate Dernsantia Suvit Jantarakoug Santirath  Nunsa-arng and Sittichai Kaewkuekool

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 

บทคัดย่อ

         การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของพารามิเตอร์จากการเชื่อมโลหะต่างชนิดระหว่าง เหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์(AISI 2205) กับเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค (AISI 304) ด้วยกรรมวิธีการเชื่อมอาร์คโลหะแก๊สคลุม (gas metal arc welding: GMAW) ต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาคที่บริเวณขอบเขตการหลอมละลาย บริเวณได้รับผลกระทบจากความร้อน บริเวณเนื้อโลหะงาน  และสมบัติทางกล ด้านความเค้นแรงดึงสูงสุด ความแข็งแรงดึงที่จุดคราก อัตราการยืดตัว และความแข็ง   ปัจจัยที่ใช้ในการศึกษาวิจัยประกอบด้วย แก๊สปกคลุม  ความเร็ว และกระแสไฟ  1) ด้านความแข็งแรงดึงสูงสุด ผลการวิจัยพบว่า อิทธิพลหลัก (Main Effect)  คือ  กระแสไฟ  ส่วนอิทธิพลร่วม (Interaction) คือ กระแสไฟ   ความเร็ว และแก๊สปกคลุม  ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง    2) ด้านความแข็งแรงดึงที่จุดคราก ผลการวิจัยพบว่า อิทธิพลหลัก (Main Effect)  คือ  กระแสไฟ  ส่วนอิทธิพลร่วม (Interaction) คือ (1) กระแสไฟ  และแก๊สปกคลุม (2) กระแสไฟเชื่อม  ความเร็ว และแก๊สปกคลุม   ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง   3) ผลการศึกษาต่ออัตราการยืดตัว ผลการวิจัยพบว่า อิทธิพลหลัก (Main Effect)  คือ  กระแสไฟ แก๊สปกคลุม (Gas) ส่วนอิทธิพลร่วม (Interaction) คือ  (1) กระแสไฟ  cและแก๊สปกคลุม   (2) กระแสไฟ  ความเร็ว และแก๊สปกคลุม  ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง   4) ผลการศึกษาต่อความแข็ง  พบว่าพารามิเตอร์การเชื่อมไม่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง

คำสำคัญ :  พารามิเตอร์การเชื่อม / สมบัติทางกล

 

ABSTRACT

                The  objectives  of  this  research  were  to  study  influence  of  parameter  from  welding  different  metals  between  Duplex  Stainless  Steel  (AISI 2205)  and  Austenitic  Stainless  Steel(AISI 304)  by  gas  metal  arc  welding(GMAW)  to  change  the  microstructure  at  the  melting  area,  the  area  that  affected  from  heat,  base  metal  and  mechanical  properties,  ultimate  tensile  strength,  yield  point,  percent  elongation  and  hardness.  The  parameter  employed  in  the  study  consisted  of  cover  gas,  speed,  and  current.  1)  Tensile  strength  :  the  study  found  that  main  effects  were  current  and  the  interaction  were  current   speed   cover  gas.  2)  The  strength  at  the  yield  point  :  the  study  found  that  main  effects  were  current   cover  gas.  3)  The  result  of  percent  elongation  study  :  the  study  found  that  the  main  effects  were  current,  cover  gas  and  the  interaction  were  (1)  current,  cover  gas (2)  current,  speed   and  cover  gas.  4)  The  study  of  hardness  found  that  parameter  had  no  effect  to  the  changes.

Keyword: Welding  Parameter / Mechanical  Property

* นิเวศน์ เดินสันเทียะ : ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ nay1003@hotmail.com โทร 081-0739214

 

  1. บทนำ

         เหล็กกล้าไร้สนิม(Stainless Steel) มีบทบาทมากในงานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน  ซึ่งเหล็กกล้าไร้สนิมแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ๆ ใน 4 กลุ่มแรกนั้นสามารถแบ่งตามลักษณะ  โครงสร้างผลึกและโครงสร้างจุลภาค(Microstructure/Crytallographic )ที่แตกต่างกันได้แก่ กลุ่มเฟอร์ริติค(Ferritic Stainless Steels) กลุ่มมาร์เทนซิติค(Marteccitic Stainless Steels) กลุ่มออสเตนนิติค(Austenitic Stainless Steels) กลุ่มดูเพล็กซ์(Duplex Stainless Steels) และกลุ่มพรีซิเทซั่นฮาร์ดเดนนิ่ง(Precitation-hardening Stainless Steels) ซึ่งเป็นกลุ่มที่พิจารณาถึงประเภทของการปรับปรุงสภาพด้วยความร้อน(Heat treatment) มากว่าการพิจารณาด้านโครงสร้างผลึก

กระบวนการเชื่อมที่กำเนิดความร้อนที่ได้จากพลังงานไฟฟ้า จะทำให้เกิดรอบของความร้อน (Thermal Cycle) ขึ้นกับเนื้อโลหะงานที่อยู่ใกล้ชิดกับรอยเชื่อม ความร้อนที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดการหลอมละลายของโลหะตรงรอยต่อของชิ้นงานเท่านั้น มันยังมีผลต่อโครงสร้างของโลหะงานที่อยู่ใกล้กับบ่อหลอมละลายของรอยเชื่อม โดยแบ่งออกได้สามส่วน ดังนี้ คือ 1) ส่วนของรอยเชื่อม (Weld Metal) เป็นส่วนที่เกิดจากการเย็นตัวของบ่อหลอมละลาย 2) บริเวณได้รับผลกระทบจากความร้อน (Heat Affect Zone) อันได้แก่ส่วนของโลหะงานซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับรอยเชื่อม ความร้อนจากบ่อหลอมละลายและการเย็นตัวของงานมีผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างของโลหะงานในส่วนนี้มาก 3) บริเวณที่ถัดจากบริเวณกระทบร้อน (HAZ) ออกมา โครงสร้างของโลหะตลอดจนส่วนผสมทางเคมีในส่วนนี้ยังคงเดิม [4] จากอิทธิพลของความร้อนที่ได้รับจากการเชื่อมอันเป็นผลทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในโลหะงานมากมายที่เกินจะควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางโลหะวิทยา การบิดตัวของชิ้นงาน การเกิดความเค้นอันเนื่องมาจากความร้อน ซึ่งปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและสมบัติทางกลของชิ้นงาน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะสะท้อนออกมาในรูปของความปลอดภัย และอายุต่อการใช้งานของงานเชื่อม หรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

         หากมีความจำเป็นจะต้องนำเหล็กกล้าสเตนเลสต่างชนิดกันมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เช่น เหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติคเชื่อมต่อเข้ากับเหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์  ด้วยเหตุผลที่ว่าบางส่วนของผลิตภัณฑ์ต้องนำไปใช้กับบรรยากาศแวดล้อมของคลอไรด์ จึงต้องใช้กลุ่มดูเพล็กซ์ซึ่งมีราคาแพง แต่อีกบางส่วนต้องการที่จะประหยัดและไม่ได้อยู่ในบรรยากาศแวดล้อมของคลอไรด์ จึงใช้กลุ่มออสเตนนิติค หรือมีเหตุผลอื่นๆ เมื่อมีเหตุผลที่จะต้องเชื่อมต่อเหล็กกล้าไร้สนิมต่างชนิดเข้าด้วยกันกัน ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับการเชื่อมโลหะต่างชนิดและมีความสนใจที่จะศึกษากับกระบวนการเชื่อมแก๊สเมตัลอาร์ค (GMAW)

 

  1. วิธีการทดลอง

2.1 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง

        2.1.1   เครื่องเชื่อมมิก/แม็ก (GMAW) รุ่น HOBART RC-256

          2.1.2   เครื่องผสมแก๊ส (Gas Mixer)

          2.1.3   เครื่องตัดแก๊สแบบเส้นตรงขับด้วยมอเตอร์ TANATA KT-5N

          2.1.4   ลวดเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิม  ER- 308L Si  ขนาด 1.2 ม.ม.  Lincoln

          2.1.5   แก๊สผสม  Ar+O2 (95:5)

          2.1.6   แก๊สผสม  Ar+Co2 (95:5)

          2.1.7   แก๊สผสม  Ar+O2+Co2 (92:5:3)

          2.1.8   เครื่องเลื่อยกล รุ่น MEBA 320

          2.1.9   แผ่นทองแดงรองหลังงานเชื่อม

          2.1.10 เครื่องออฟติคอลอิมิชชั่นสเปคโตมิเตอร์ (Optical Emission Spectro Meter) รุ่น  DV 6

          2.1.11 เครื่องกัดมิลริ่ง รุ่น KPS F1-250

          2.1.12 เครื่องทดสอบแรงดึง (Tensile Test)

          2.1.13 เครื่องทดสอบความแข็ง รุ่น MMT-X7

          2.1.14 กล้องไมโครสโคป (Micro structure) รุ่น Axiolab a

          2.1.15 กล้องมาโครสโคป (Macro structure) รุ่น EZ4D

          2.1.16 เหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์  (AISI 2205)  ขนาด 75 mm x 150 mm x 4.5 mm  จำนวน 54  แผ่น

          2.1.17 เหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค (AISI 304)  ขนาด 75 mm x 150 mm x 4.5 mm จำนวน 54 แผ่น

 

2.2 ออกแบบการทดลอง

                   งานศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้ทำการทดลองหาค่าตัวแปรที่เหมาะสม  เพื่อเป็นบรรทัดฐานสำหรับการทดลองต่อไป จึงได้ทำการทดลองเบื้องต้น (Pilot Study)   เพื่อหาระดับของกระแสไฟเชื่อม ความเร็วในการเดินแนวเชื่อม  แก๊สปกคลุมและอัตราส่วนผสม  ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ใช้ในการศึกษาให้มีความเที่ยงตรงน่าเชื่อถือ  ส่วนตัวแปรอื่นๆ เช่น ลวดเชื่อม  มุมของหัวเชื่อม ระยะอาร์ค เทคนิคการเชื่อม  กำหนดให้เป็นตัวแปรค่าคงที่     ค่าตัวแปรค่าคงที่สำหรับใช้ในการเชื่อม

             2.2.1  ศึกษากับแก๊ส 3 ชนิด คือ Ar+O2 (95:5) ,  Ar+Co2 (95:5) และ Ar+O2+Co2 (92:5:3)

          2.2.2  ศึกษากับกระแสเชื่อม 3 ระดับ คือ 160 แอมป์ , 180 แอมป์ และ 200 แอมป์

          2.2.3  ศึกษากับความเร็ว 3 ระดับ คือ 250 ม.ม./นาที, 300 ม.ม./นาที และ 350 ม.ม./นาที  

         จากทดลองปฏิบัติการเชื่อม  ในการเชื่อมต่อชิ้นงาน เหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์ (AISI 2205) กับเหล็กกล้าไร้สนิม (AISI 304) จนได้ค่าตัวแปรที่เหมาะสมจนได้รอยเชื่อมสมบูรณ์  ไม่มีจุดบกพร่องจึงได้ปฏิบัติการเชื่อมชิ้นงาน   ตามที่ได้ออกแบบการทดลองซึ่งพารามิเตอร์ประกอบด้วย 3 ระดับ คือ แก๊สปกคลุม 15 ลิตร/นาที, กระแสไฟเชื่อมที่ใช้ทำการเชื่อม (Current) และความเร็วเชื่อมในการเชื่อม (มม./นาที) การทดลองจะทำการเชื่อมชิ้นงานซ้ำจำนวน  2  ครั้งต่อระดับพารามิเตอร์ รวม 54  ชิ้นงาน

 

2.3 ขั้นตอนดำเนินการทดลอง

        2.3.1   ตัดเหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์ (AISI 2205)  ด้วยเครื่องเลื่อยกลโดยหล่อเย็นด้วยน้ำ  ขนาด  75 X 150 X 4.5 mm.  จำนวน 54  ชิ้น         

          2.3.2   ตัดเหล็กกล้าไร้สนิม (AISI 304) ด้วยเครื่องเลื่อยกลโดยหล่อเย็นด้วยน้ำ  ขนาด  75 X 150 X 4.5 mm.  จำนวน 54  ชิ้น       

          2.3.3   บากหน้างาน มุมเอียง (Bevel angle)  30˚

          2.3.4   เชื่อมประกอบชิ้นงานแบบต่อชน (Butt Joint) และทำการการเชื่อมยึดบริเวณหัว-ท้ายรอยต่อด้วยแผ่นเหล็กกล้า  ขนาดกว้าง 3 mm.  ยาว 4 mm. หนา  4.5 mm.  

          2.3.5   ทำความสะอาด  ขจัดจัดสิ่งสกปรกบริเวณรอยต่อ

          2.3.6   เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือในการเชื่อม ปรับค่าตัวแปร เช่น ความเร็วในการเชื่อม กระแสไฟเชื่อม มุมหัวเชื่อม ความเร็วในการป้อนลวดเชื่อม  อัตราการไหลของแก๊สปกคลุม ที่ 15 ลิตร/ลูกบาศก์ฟุตและระยะอาร์ค

          2.3.7   เชื่อมชิ้นงานในตำแหน่งท่าราบ โดยใช้แผ่นทองแดงประกบด้านหลังชิ้นงานและยึดชิ้นงานด้วยอุปกรณ์จับยึดให้แน่น

          2.3.8   เชื่อมชิ้นงานโดยเริ่มเชื่อมจากแผ่นยึดชิ้นงาน  ใช้เทคนิคการเชื่อมแบบเดินหน้า ( Fore hand)

          2.3.9   เชื่อมเสร็จปล่อยชิ้นงานเชื่อมให้เย็นตัวในอากาศ

          2.3.10ทำการเชื่อมชิ้นงานชิ้นใหม่ตามลับดับจากการออกแบบการทดลองและเปลี่ยนค่าตัวแปรการเชื่อม

 

2.4 ขั้นตอนดำเนินการทดสอบสมบัติทางกลและเก็บข้อมูล

     การเตรียมชิ้นงานเพื่อทดสอบสมบัติทางกล ด้านความแข็ง ด้านแรงดึง ดำเนินการตามมาตรฐาน ASME

     ขั้นตอนดำเนินการทดสอบสมบัติทางกลด้านความแข็งและเก็บข้อมูล สามารลำดับขั้นตอนได้ดังนี้

        2.4.1  ออกแบบชิ้นงานที่เชื่อมเสร็จทั้งหมดจำนวน  54  ชิ้นเพื่อตัดใช้ทำการทดสอบ(Specimen)

        2.4.2  ตัดชิ้นงานตามแบบด้วยเครื่องเลื่อยกลโดยการหล่อเย็นด้วยน้ำ

        2.4.3  นำชิ้นงานชิ้นที่ 3 จากการเตรียมชิ้นงาน นำมาขัดผิวให้เรียบด้านข้างแนวเชื่อมเพื่อเตรียมทดสอบความแข็ง

        2.4.4  กำหนดตำแหน่งการทดสอบความแข็งบริเวณแนวเชื่อม (Weld metal) และบริเวณกระทบร้อน (HAZ)  จำนวน 11 จุด

        2.4.5  ทำการทดสอบความแข็ง  ด้วยเครื่องทดสอบความแข็งแบบวิกเกอร์ส (Vickers Hardness test) ตามลำดับขั้นตอน  จำนวน 54 ชิ้น

        2.4.6  บันทึกข้อมูลจากการทดสอบ

      ขั้นตอนดำเนินการทดสอบสมบัติทางกลด้านแรงดึงและเก็บข้อมูล สามารลำดับขั้นตอนได้ดังนี้

          2.4.7   นำชิ้นงานชิ้นที่ 2 ตกแต่งผิวหน้าแนวเชื่อมด้านบนและด้านหลัง  ด้วยตะไบหรือเครื่องเจียระไนให้เรียบ

          2.4.8   การเตรียมชิ้นงานทดสอบ ขอบของชิ้นทดสอบอาจตกแต่งด้วยด้วยการตะใบ ความยาวส่วนขนานของชิ้นทดสอบ (Parallel Length) เท่ากับความกว้างของแนวเชื่อม (Width of Weld) บวก 1/2 นิ้ว (13 มม.) ส่วนโค้งของชิ้นทดสอบขึ้นรูปด้วยเครื่องกัด (Milling) มีรัศมีส่วนโค้งเท่ากับ 1 นิ้ว (25 มม.) ความกว้างส่วนทดสอบ (W) ลบจากขอบความกว้างชิ้นทดสอบด้านละ 1/4 นิ้ว (6 มม.) ความยาวชิ้นทดสอบประมาณ 150 มม. หรือตามต้องการ ความยาวส่วนจับชิ้นทดสอบจะเท่ากับ 2 ใน 3 ของความยาวปากจับ (Grip Length)

 

          2.4.9   ปรับเครื่องทดสอบและประกอบหัวจับสำหรับงานแบน

          2.4.10 ยึดชิ้นงานเข้ากับหัวจับด้านบน  ปรับยกหัวจับเคลื่อนขึ้น  เพื่อจับปลายชิ้นทดสอบด้านล่าง

          2.4.11 เพิ่มแรงดึงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ  จนชิ้นทดสอบให้เกิดความเครียดยืดออกและขาด

          2.4.12 บันทึกค่าความต้านแรงดึงสูงสุด  แรงดึงที่จุดขาด  และอัตราการยืดตัว

          2.4.13 อ่านและแปลผลที่ได้จากกราฟบันทึกผลการทดสอบแรงดึง

          2.4.14 ทำการทดสอบแรงดึง ตามลำดับขั้นตอนจนครบทั้ง 54 ชิ้น

 

 

 

2.5 ชิ้นงานทดลอง

        เหล็กกล้าไร้สนิมดูเพล็กซ์  (AISI 2205)  ขนาด 75 mm x 150 mm x 4.5 mm

        เหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค (AISI 304)  ขนาด 75 mm x 150 mm x 4.5 mm

 

  1. ผลการทดลอง

3.1 ผลการทดลองขั้นต้นของพารามิเตอร์การเชื่อมต่อความแข็งแรงดึงสูงสุด

                   จากการทดลองทำให้พบว่าพารามิเตอร์การเชื่อมต่อค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength) ในการเชื่อมทดลองขั้นต้น (Pilot Study) โดยทำการดึงชิ้นงานทดสอบของรอยเชื่อมจะได้ค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength) ในรอยเชื่อมของชิ้นงานทดสอบภายใต้เงื่อนไขการทดลองตามแผนการทดลอง แล้วนำมาวิเคราะห์ทางสถิติ ดังรายละเอียด ดังต่อไปนี้                      

         ผลการทดลองขั้นต้นของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength) เฉลี่ยแยกตามระดับของ กระแสเชื่อม ความเร็วในการเชื่อม และแก๊สปกคลุม ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 %    พบว่าค่าเฉลี่ยของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุดที่มีค่าสูงสุด ได้แก่พารามิเตอร์การเชื่อม กระแสไฟเชื่อม 200 แอมแปร์ ความเร็วในการเชื่อม 250 มม./นาที ปกคลุมด้วยแก๊ส Ar+O2(95:5) มีค่าเท่ากับ 55.13  KN/mm2  และค่าความแข็งแรงดึงสูงสุดที่มีค่าต่ำสุดได้แก่ พารามิเตอร์การเชื่อมที่ กระแสไฟเชื่อม 160 แอมแปร์ ความเร็วในการเชื่อม 350 มม./นาที และแก๊สปกคลุม Ar +Co2(95: 5)  มีค่าเท่ากับ 41.26 KN/mmและทำการทดสอบการแจกแจงข้อมูลของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุดพบว่า ค่าความแข็งแรงดึงสูงสุดมีการแจกแจงแบบปกติที่ระดับนัยสำคัญ .05โดยสามารถพิจารณาได้จากค่า P-Value มีค่ามากกว่า  .05  ดังแสดงในรูปที่ 1  เมื่อได้ระดับตัวแปรที่เหมาะ  จึงทำการทดลองตามแผนการทดลองและวัดค่าตัวแปรตามต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 1 แสดงการแจกแจงปกติข้อมูลของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุดจากการทดลองเบื้องต้น

3.2 ผลการทดลอง

                   จากการทดลองพบว่าพารามิเตอร์การเชื่อมต่อความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength) โดยทำการวัดค่าการทดสอบที่ได้จากการทดสอบแรงดึงของรอยเชื่อม จะได้ค่าความแข็งแรงดึงสูงสุดในรอยเชื่อมของชิ้นงานทดสอบภายใต้เงื่อนไขการทดลองตามแผนการทดลอง แล้วนำมาวิเคราะห์ทางสถิติดังรายละเอียด ดังต่อไปนี้

                        ทดสอบการแจกแจงของข้อมูลของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength) พบว่าเมื่อกำหนดนัยสำคัญเท่ากับ 0.05 (ระดับความเชื่อมั่น 95 %) ค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength)  มีการแจกแจงแบบปกติ โดยพิจารณาจากค่า P-Value  ที่มีค่ามากกว่านัยสำคัญ ดังแสดงในรูปที่ 2

         

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 2 แสดงการแจกแจงปกติข้อมูลของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด

        3.2.1 ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนต่อความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength)

                   เมื่อพิจารณาผลจากตารางที่ 1   แสดงการวิเคราะห์ค่าความแปรปรวน (ANOVA) ระหว่างพารามิเตอร์การเชื่อมต่อความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength) พบว่าอิทธิพลหลัก (Main Effect) ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง คือ กระแสไฟเชื่อม  ส่วนอิทธิพลร่วม (Interaction) คือ  กระแสไฟเชื่อม  ความเร็ว  และ แก๊สปกคลุม   ซึ่งทั้งหมดรวมกันต่างมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05ดังแสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1  แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนต่อความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength)

Source

Type III Sum of Squares

df

Mean Square

F

P-Value

Corrected Model

432.960(a)

26

16.652

1.945

.046

Intercept

130714.560

1

130714.560

15269.930

.000

กระแสไฟเชื่อม

137.635

2

68.818

8.039

.002*

ความเร็ว

34.180

2

17.090

1.996

.155

แก๊ส

22.642

2

11.321

1.323

.283

กระแสไฟเชื่อม * ความเร็ว

7.849

4

1.962

.229

.920

กระแสไฟเชื่อม * แก๊ส

23.714

4

5.929

.693

.604

ความเร็ว * แก๊ส

9.523

4

2.381

.278

.890

กระแสไฟเชื่อม * ความเร็ว * แก๊ส

197.415

8

24.677

2.883

.019*

Error

231.127

27

8.560

 

 

Total

131378.647

54

 

 

 

Corrected Total

664.087

53

 

 

 

             * P  < .05                

                  

 

 

        3.2.2 ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนต่อความแข็ง (Hardness)

            เมื่อพิจารณาผลจากตารางที่ 2 แสดงการวิเคราะห์ค่าความแปรปรวน (ANOVA) ระหว่างพารามิเตอร์การเชื่อมต่อความแข็ง  (Hardness) พบว่าอิทธิพลหลัก (Main Effect) และอิทธิพลร่วม (Interaction) ทั้งหมดต่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

ตารางที่ 2  แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนต่อความแข็ง (Hardness)

Source

Type III Sum of Squares

df

Mean Square

F

P-Value

Corrected Model

53099.345(a)

26

2042.283

.798

.717

Intercept

3059337.706

1

3059337.706

1194.990

.000

กระแสไฟเชื่อม

4345.878

2

2172.939

.849

.439

ความเร็ว

14912.843

2

7456.422

2.913

.072

แก๊ส

5123.257

2

2561.629

1.001

.381

กระแสไฟเชื่อม * ความเร็ว

3000.766

4

750.192

.293

.880

กระแสไฟเชื่อม * แก๊ส

5605.780

4

1401.445

.547

.702

ความเร็ว * แก๊ส

12963.024

4

3240.756

1.266

.308

กระแสไฟเชื่อม * ความเร็ว * แก๊ส

7147.797

8

893.475

.349

.938

Error

69123.709

27

2560.137

 

 

Total

3181560.760

54

 

 

 

Corrected Total

122223.054

53

 

 

 

                 * P  < .05

 

  1. สรุปผลการทดลอง

4.1 อิทธิพลของพารามิเตอร์ต่อความแข็งแรงดึงสูงสุด

            จากการศึกษาผลของพารามิเตอร์การเชื่อมที่มีอิทธิพลต่อความแข็งแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength)   พบว่า อิทธิพลหลัก (Main Effect)  คือ  กระแสไฟเชื่อม  ส่วนอิทธิพลร่วม (Interaction) คือ กระแสไฟเชื่อม ความเร็วในการเชื่อม และ แก๊สปกคลุม  ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด จากผลการทดลองที่พิจารณาจากค่าความแข็งแรงดึงสูงสุด ของพารามิเตอร์การเชื่อมที่มีค่าสูงสุด ได้แก่การเชื่อมที่พารามิเตอร์  กระแสไฟเชื่อม  180 แอมแปร์ ความเร็วในการเชื่อม 350 มม./นาที และแก๊สปกคลุมด้วยแก๊ส Ar+CO2 (95:5)  มีค่าเท่ากับ 55.37  KN/mm2

4.2 อิทธิพลของพารามิเตอร์ต่อความแข็ง

                                จากการศึกษาผลของพารามิเตอร์การเชื่อมที่มีอิทธิพลต่อความแข็ง (Hardness)  พบว่า อิทธิพลของพารามิเตอร์การเชื่อมไม่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าต่อความแข็ง

 

 

 

  1. กิตติกรรมประกาศ

         ขอขอบคุณ ภาควิชาครุศาสตร์อุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา และวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ที่ให้การอนุเคราะห์เครื่องมือ และเครื่องจักรที่ใช้ในการจัดทำงานวิจัยนี้

 

  1. เอกสารอ้างอิง
  2. กรภัทร์ จุ้ยยิ้ม,  ศึกษาผลของพารามิเตอร์การเชื่อมที่มีอิทธิพลต่อสมบัติเชิงกลและโครงสร้างจุลภาคของเนื้อเชื่อมและบริเวณผลกระทบร้อนในการเชื่อมต่อโลหะต่างชนิดระหว่าง เหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค (AISI 304)  กับ เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง  ,วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมอุตสาหการการ พระจอมเกล้าธนบุรี
  3. ฉัตรทอง ใสแสง,อิทธิพลของพารามิเตอร์การเชื่อมต่อโครงสร้างและสมบัติทางกลของเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค เกรด 304,วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมอุตสาหการการ พระจอมเกล้าธนบุรี
  4. สมาคมพัฒนาสแตนเลสไทย, “ข้อมูลการใช้สแตนเลส” , [Online] http:// www.hba-th.org/
  5. ตรีเนตร ยิ่งสัมพันธ์เจริญ, อิทธิพลที่เกิดจากระยะยื่นของลวดเชื่อมที่มีผลต่ออัตราการหลอม ละลายและการหลอมลึกของการเชื่อมอาร์กโลหะแก๊สคลุม,วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะครุ        ศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมอุตสาหการการ พระจอมเกล้าธนบุรี
  6. สุทัศน์ พิมพ์ทอง,การศึกษาผลกระทบและเปรียบเทียบ อัตราส่วนผสมของแก๊สที่ใช้ในการ ปกคลุมแนวเชื่อมโดยใช้แก๊สผสมระหว่าง อาร์กอนผสมกับออกซิเจน และอาร์กอนผสมกัคาร์บอนไดออกไซด์ ในอัตราส่วนต่าง ๆ ว่ามีผลกระทบต่อคุณสมบัติของแนวเชื่อมอย่างไร,วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมอุตสาหการการ พระจอมเกล้าธนบุรี
  7. David , JR., 1999 , ASM Specialty Handbook Stainless Steel , ASM International Materials Park , Ohio USA. , pp 3-7
  8. Hull, F C. 2002,  Effect to Delta Ferrite on the hot cracking of stainless steel, Welding Journal (September 2002) : pp 399-409
  9. Kou, S ., 2002, Welding Metallurgy, John Wiley and Sons, New York, pp. 97-117.
  10. Len , G. , 1972 , “Stainless Steel” , AWS Welding Handbook , Vol. 4 , Metal and Theirb Weldability ,  American Welding Society, USA. , pp. 20-25  

 

 

 

                                                                                                                                              

 

 

 

   

 

 

  โครงการบริการทางวิชาการ
 

   - โครงการ  ฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ เรื่อง งานเชื่อมไฟฟ้างานเหล็กแผ่น 75 ชั่วโมง

   - โครงการ  ศูนย์ซ่อมสร้าง Fix it Center

  อบรมสัมนา
 

 20        ก.ย. 2559 ประชุมสัมมนาแนวทางการจัดระบบกลไกในการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

 22 - 23 ก.ย. 2558 การอบรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน


 

ระบบฐานข้อมูล E-SSR รายบุคคล

รหัสเอกสาร ตัวบ่งชี้ ชื่อเอกสาร Url
A01 2.3(1) วุฒิการศึกษา คลิกเปิดเอกสาร
A02 2.3(3) หลักฐานวุฒิบัตร คลิกเปิดเอกสาร
A03 2.3(3) เกียรติบัตร คลิกเปิดเอกสาร
A04 2.3(4) การบริการวิชาการ วิชาชีพ คลิกเปิดเอกสาร
A05 2.3(4) รางวัลของครู คลิกเปิดเอกสาร
A06 2.1(1) การเข้าร่วมกิจกรรมสถานศึกษาคุณธรรม คลิกเปิดเอกสาร
A07 3.1(1) แผนการสอน คลิกเปิดเอกสาร
A08 3.1(2) บันทึกหลังสอน คลิกเปิดเอกสาร
A09 3.1(3) การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง คลิกเปิดเอกสาร
A10 3.1(1) การนิเทศการจัดการเรียนรู้ คลิกเปิดเอกสาร
A11 3.1(5) วิจัยในชั้นเรียน คลิกเปิดเอกสาร
A12 3.3(3) งานสร้างสรรค์ของผู้เรียน คลิกเปิดเอกสาร
A13 3.3(5) รางวัลของผู้เรียน คลิกเปิดเอกสาร
A14 3.3(4) การสอบมาตรฐานวิชาชีพ คลิกเปิดเอกสาร
A15 3.4(1) กิจกรรมรักชาติ เทิดทูนพระมหากษัตริย์ คลิกเปิดเอกสาร
A16 3.4(2) กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คลิกเปิดเอกสาร
A17 3.4(3) กิจกรรมกีฬาและนันทนาการ คลิกเปิดเอกสาร
A18 3.4(4) กิจกรรมการดำรงตนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คลิกเปิดเอกสาร
A19 3.4(5) กิจกรรมการบริการวิชาการ วิชาชีพ คลิกเปิดเอกสาร
A20 1.2 การติดตามผู้เรียน คลิกเปิดเอกสาร
A21 3.3(3) สิ่งประดิษฐ์ คลิกเปิดเอกสาร

ย้อนกลับ